th Thai

ทำความรู้จักกับ "สบู่น้ำมัน"

oil soap

เอกสารจากอดีตมีบันทึกการกำเนิดสบู่ก้อนแรกในโลกเล่ากันว่ามาจาก “ไขมันแพะ” ต้มกับ “ขี้เถ้าจากการเผาไม้” ซึ่งเป็นการค้นพบโดยบังเอิญในยุคโรมันอันมีการบูชายัญสัตว์บนแท่นบูชาที่ทำด้วยไม้แท่นบูชานี้ตั้งอยู่บนเนินเขา เมื่อสัตว์และแท่นไม้ถูกเผาพร้อมกัน ไขมันสัตว์ออกมาผสมกับขี้เถ้า เมื่อฝนตกลง มาก็เกิดเป็นก้อนสีขาว

สบู่ก้อนแรกถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 6 ศตวรรษก่อนคริสตกาล หรือประมาณ 2500 ปี มาแล้ว กล่าวกันว่า พวกฟีนีเชียน ได้ต้มน้ำ กับ ไขมันแพะ และ ขี้เถ้าเข้าด้วยกัน แม้ฟังดูจะไม่ค่อยสะอาดนัก แต่สารโพแทสเซียมคาร์บอเนตในขี้เถ้านั้น ช่วยให้สบู่ดึกดำบรรพ์ก้อนนี้ มีคุณสมบัติใช้ทำความสะอาดได้

การผลิตและการใช้สบู่ก็ยังไม่แพร่หลายมากนัก จนมีข้อยืนยันทางการแพทย์ว่า แบคทีเรียเป็นตัวการของโรคภัยเมื่อนั้นจึงมีการใช้สบู่กันแพร่หลายขึ้น

ศาสตร์การทำสบู่นั้นมีหลากหลายแนวทาง หลายวิธีการด้วยกัน ความแตกต่างนั้นขึ้นอยู่กับแนวคิด และการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีมีประโยชน์ต่อผิว โดยนำมาตั้งสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

สบู่ (SOAP) คือสารเคมีที่เกิดจากการทำปฏิกิริยากันระหว่างโซเดียมไฮดรอกไซด์ (ด่าง,โซดาไฟ) และน้ำมันที่มาจากสัตว์หรือพืช ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า สปอนซิฟิเคชั่น (Saponfication) คุณสมบัติของสบู่หรือผลที่ได้จากการสปองซิฟิเคชั่นนี้ จะสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและไขมัน และสามารถเก็บไขมันไว้ได้ จึงมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี

การจะผลิตโดยใช้น้ำมันพืชชนิดต่างๆ เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต เราสามารถเลือกใช้น้ำมันตั้งต้นที่สามารถหาได้ง่ายในประเทศไทย และเพียงพอที่จะผลิตสบู่ที่มีคุณภาพสูงได้ โดยสูตรสบู่แบบนี้เราจะเรียกว่า “สบู่น้ำมัน ธรรมชาติ” อีกหนึ่งทางเลือกของคนรักสุขภาพและผิวพรรณ 100% Handmade Soap All Natural Ingredients

โดยกลุ่มน้ำมันที่ผู้บริโภคนิยมใช้กันในวงการมีดังต่อไปนี้

น้ำมันมะพร้าว สบู่แข็งและมีฟองเป็นครีม แต่อาจจะทำให้ผิวแห้ง จึงต้องใช้น้ำมันอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

น้ำมันเมล็ดปาล์ม ให้สบู่แข็งมาก มีความคงทน ทำความสะอาดได้ดี

น้ำมันปาล์ม ให้สบู่เป็นก้อนแข็ง มีความคงทน ฟองเป็นครีม

น้ำมันมะกอก ให้เนื้อสบู่ที่นุ่มนวลต่อผิวพรรณ มีสีออกเหลือง เนื้อสบู่ค่อนข้างนิ่ม ฟองเป็นครีมละเอียด อุดมด้วย
วิตามินอีให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณ

น้ำมันงา ให้สบู่สีขาวอมชมพูค่อนข้างนิ่ม ฟองนุ่มนวล ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณมาก

น้ำมันถั่วเหลือง เป็นน้ำมันที่ใช้เป็นส่วนผสมในสบู่เพื่อเพิ่มความนุ่มนวล เพิ่มวิตามินอีและความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณ
เนื้อสบู่นิ่ม ฟองละเอียด แต่ฟองไม่มาก

น้ำมันรำข้าว ได้สบู่สีขาวอมเหลือง เนื้อสบู่นิ่ม ฟองน้อยละเอียด ให้ความชุ่มชื้นสูง

น้ำมันเมล็ดทานตะวัน สบู่จะมีสีขาวอมเหลือง เนื้อสบู่ไม่แข็งมาก ฟองไม่มาก เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณสูง

น้ำมันข้าวโพด สบู่ที่ได้มีสีขาวอมเหลือง เนื้อสบู่ไม่แข็งมาก ฟองละเอียด

น้ำมันละหุ่ง สบู่มีฟองมากขึ้น เนื้อสบู่นิ่ม เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณ

เชย์บัตเตอร์ด้สบู่แข็ง เพิ่มความนุ่มนวล ฟองครีม เพิ่มค่าบำรุงแก่ผิวพรรณ

ขั้นตอนการขึ้นรูปสบู่น้ำมัน มี 2 แนวทาง คือ

แบบที่ 1 Cold Process (CP)

คือ อาศัยปฏิกิริยาทางเคมี คือ น้ำมัน (จากพืช) + ด่าง = สบู่ ใช้วิธีการแบบกวนเย็นโดยไม่ใช้ความร้อนเร่งปฏิกิริยา ผู้ผลิตสามารถกำหนดคุณภาพสบู่ที่ต้องการได้ เช่น สบู่เพื่อผิวแห้ง ผิวมัน สบู่บำรุงผิว สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว โดยการเลือกน้ำมันที่คุณสมบัติเหมาะสม เพื่อผลิตสบู่ให้ได้ตามคุณภาพที่ต้องการ หลังจากผลิตสบู่เสร็จแล้ว ต้องบ่มสบู่ ทิ้งไว้ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ปฏิกิริยาการเกิดสบู่ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ ไม่มีด่างหลงเหลืออยู่ ซึ่งเมื่อครบกำหนดแล้ว ผู้ผลิตจะต้องทำการทดสอบค่า PH โดยค่าสบู่ที่ดีควรมี PH ประมาณ 8 ทั้งนี้

อย. ของไทยกำหนดค่า PH ของสบู่ว่า ควรอยู่ระหว่าง 8-11

แบบที่ 2 คือ Hot Process (HP)

คือ อาศัยปฏิกิริยาทางเคมี คือ น้ำมัน (จากพืชและสัตว์) + ด่าง = สบู่ กวนจนข้นตามต้องการ ผสมสี ,สารสกัด ,กลิ่น นำไปตุ๋นไฟอ่อนๆ โดยการให้ความร้อน เพื่อเร่งการทำปฏิกิริยาให้เป็นสบู่สมบูรณ์เร็วขึ้น ใช้เวลา 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วเทลงพิมพ์ จากนั้นตากสบู่ทิ้งไว้อีก 3-5 วัน ให้สบู่แข็งตัว นำสบู่ออกจากแม่พิมพ์ จากนั้นจึงนำสบู่มาใช้ได้

เมื่อทราบคุณสมบัติของน้ำมันชนิดต่างๆและขั้นตอนการผลิตแล้ว ก่อนจะผลิตสบู่ ผู้ผลิตต้องออกแบบ ว่าเราต้องการสบู่แบบไหน ให้สบู่มีคุณสมบัติอย่างไร

ในกรณีของแบรนด์ โมเน่นั้นเราต้องการสบู่ที่มีค่าบำรุง หรือ Conditioning ค่อนข้างสูง ใช้แล้วผิวชุ่มชื้น มีสุขภาพผิวที่ดี ต้องการให้ค่าชำละล้างพอเหมาะ ใช้ได้ทุกสภาพผิว อาบแล้วผิวสะอาด แต่ไม่ทำแห้งตึง ต้องการให้สบู่เป็นก้อนแข็ง ไม่และง่ายจนเกินไปต้องการสบู่ที่มีฟองพอสมควร และมีกลิ่นหอมพอสมควร ไม่ฉุนจนเกินไป

handmade oil mone soap

จึงได้มีการดีไชน์น้ำมันพิเศษต่างๆ ปรุงขึ้นมาได้ทั้งหมด 5 สูตรด้วยกัน ได้แก่ สบู่เปลือกมังคุด สบู่ว่านรางจืด สบู่ฟักข้าว สบู่กุหลาบ และสบู่สับปะรด โดยแต่ละสูตรก็จะให้ค่าการบำรุงที่แตกต่างกัน และ มีค่าบำรุง หรือค่า Conditioning สูงกว่า สบู่ทั่วไปตามท้องตลาด และมีคุณสมบัติในการชำละล้าง ต่อผิวพรรณในเกณฑ์ที่เหมาะสม สบู่น้ำมันธรรมชาติโมเน่จึงปลอดภัย และอ่อนโยนต่อผิวหน้า และผิวกาย สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย

สั่งซื้อได้ที่
www.thaimone.com 
www.greenshops4u.com

แบบไหนดีกว่ากันตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลนะคะ…

Share

Share on facebook
Share on twitter
Share on whatsapp

Share :